RSS

วิธีสอนทักษะกระบวนการต่างๆ

15 ต.ค.

                 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้

กระบวนการเรียนรู้ คือ แนวทางดำเนินการเรียนการสอนในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มี ขั้นตอนเป็นลำดับ ที่ช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ ทั้งกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย รายบุคคลและนำไปสู่ความสำเร็จจามจุดประสงค์โดยใช้ทรัพยากรและเวลาน้อยที่สุด

สงบ  ลักษณะ (2539: 38 – 47) กล่าวถึงการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งได้รวบรวมกระบวนการต่างๆ ไว้         12  กระบวนการ ดังนี้

  1. ทักษะกระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
  2. ทักษะกระบวนการปฏิบัติ
  3. ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณาญาณ
  4. ทักษะกระบวนการสร้างความตระหนัก
  5. ทักษะกระบวนการสร้างเจตคติ
  6. ทักษะกระบวนการสร้างค่านิยม
  7. ทักษะกระบวนการเรียนความรู้ ความเข้าใจ
  8. ทักษะกระบวนการเรียนภาษา
  9. ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา

10. ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น

11.  ทักษะกระบวนการกลุ่ม

12. ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์

นอกจากนั้นยังมีวิธีการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอีกหลายวิธี  เช่น  วิธีการสอนทางประวัติศาสตร์   วิธีการสอนกระบวนการคิดแบบโยนิโสมนสิการ  คิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย คิดแบบคุณค่าแท้ คุณค่าเทียม  คิดแบบอริยสัจ 4   การเรียนรู้แบบโครงงาน  เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

 

กระบวนการเรียนรู้ต่างๆ มีขั้นตอนไว้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เกิด

ประสิทธิภาพแก่ผู้เรียนมากที่สุด ดังนี้

 

  1. ทักษะกระบวนการ สร้างความคิดรวบยอด

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. การสังเกต ให้ผู้เรียนได้รับรู้ ข้อมูลและศึกษาด้วยวิธีการต่างๆ โดยใช้สื่อประกอบ

เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดข้อกำหนดเฉพาะด้วยตนเอง

2. การจำแนกความแตกต่าง ให้ผู้เรียนบอกข้อแตกต่างของสิ่งที่รับรู้ และให้เหตุผลในความแตกต่างนั้น
3. การหาลักษณะร่วม ผู้เรียนมองเห็นความเหมือนความเหมือนในภาพรวมของสิ่งที่ได้รับรู้และสรุปเป็นวิธีการ หลักการ คำจำกัดความ นิยามได้
4. ระบุชื่อความคิดรวบยอด ผู้เรียนได้ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่รับรู้
5. การทดสอบและนำไปใช้ ผู้เรียนได้ทดลอง ทดสอบ สังเกต ทำแบบฝึกหัด  ปฏิบัติ เพื่อประเมินความรู้

 

  1. ทักษะกระบวนการปฏิบัติ

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. การสังเกต รับรู้ ผู้เรียนได้เห็นตัวอย่างหลากหลายจนเกิดความเข้าใจและสรุปความ

คิดรวบยอด

2. การทำตามแบบ ทำตามตัวอย่างที่แสดงให้เห็นทีละขั้นตอนจากขั้นพื้นฐานไปถึงงานที่ซับซ้อนขึ้น
3. การทำโดยไม่มีแบบ ฝึกปฏิบัติชนิดครบถ้วนกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบด้วยตนเอง
4. การฝึกให้เกิดทักษะ

 

ปฏิบัติด้วยตนเองจนเกิดความชำนาญ หรือทำได้โดยอัตโนมัติ อาจจะเป็นงานชิ้นเดิมหรืองานที่คิดขึ้นใหม่

8

 

  1. ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. การสังเกต ให้ผู้เรียนเน้นการทำกิจกรรม รับรู้แบบปรนัยให้เข้าใจ ได้ความคิดรวบยอด

เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ สรุปเป็นใจความสำคัญครบถ้วนตรงตามหลักฐานข้อมูล

2. การอธิบาย ให้ผู้เรียนตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น เชิงเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่กำหนด เน้นการใช้เหตุผล หลักการ กฎเกณฑ์ อ้างหลักฐานข้อมูลประกอบให้น่าเชื่อถือ
3. การรับฟัง ให้ผู้เรียนได้ฟังความคิดเห็น ได้ตอบคำถามวิพากษ์ วิจารณ์จากผู้อื่นที่มีความคิดเห็นของตน หรือข้อมูลที่ดีกว่าโดยไม่ใช้อารมณ์ต่อความคิดเห็น
4. การเชื่อมโยงความ

สัมพันธ์

ผู้เรียนได้เปรียบเทียบความแตกต่างและความคล้ายคลึงของสิ่งของต่างๆ ให้สรุปจัดกลุ่มสิ่งที่เป็นพวกเดียวกัน เชื่อมโยงเหตุการณ์ เชิงหาเหตุผล หากฎเกณฑ์การเชื่อมโยงลักษณะอุปมา อุปไมย
5. วิจารณ์ จัดกิจกรรมให้วิเคราะห์เหตุการณ์ คำกล่าว แนวคิด หรือการกระทำแล้วให้จำแนกจุดเด่น จุดด้อย ส่วนดี ส่วนเสีย ส่วนสำคัญ ไม่สำคัญ จากสิ่งนั้นด้วยการยกเหตุผล หลักการมาประกอบการวิจารณ์
6. สรุป จัดกิจกรรมให้พิจารณาส่วน ประกอบของการกระทำหรือข้อมูลต่างๆที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันแล้ว ให้สรุปผลอย่างตรงและถูกต้องตามหลักฐานข้อมูล

 

 

 

 

 

 

4.  ทักษะกระบวนการสร้างความตระหนัก

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. สังเกต

ให้ข้อมูลที่ต้องการ ให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ เอาใจใส่และเห็นคุณค่า

2. วิจารณ์

ให้ตัวอย่าง สถานการณ์ ประสบการณ์ตรงเพื่อให้ผู้เรียนวิเคราะห์ สาเหตุ ผลดี ผลเสีย ที่จะเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

3. สรุป

ผู้เรียนอภิปราย หาข้อมูล หรือหลักฐานมาสนับสนุนคุณค่าของสิ่งที่จะต้องตระหนัก และวางเป้าหมายที่จะพัฒนาตนเองในเรื่องนั้น

 

5.  ทักษะกระบวนการสร้างเจตคติ

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. สังเกต

ผู้เรียนพิจารณาข้อมูล เหตุการณ์ การกระทำที่เกี่ยวข้องกับการมี

เจตคติที่ไม่ดี

2. วิเคราะห์

ผู้เรียนพิจารณาผลที่เกิดขึ้นตามมา แยกเป็นการกระทำที่เหมาะสมได้ผลตามที่น่าพอใจ การกระทำที่ไม่เหมาะสมตามที่ไม่น่าพอใจ

3. สรุป

ผู้เรียนรวบรวมข้อมูลเป็นหลักการ แนวคิด แนวปฏิบัติด้วยเหตุผลของความพอใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6.  ทักษะกระบวนการสร้างค่านิยม

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. สังเกต ตระหนัก

ผู้เรียนพิจารณาข้อมูล เหตุการณ์ การกระทำที่เกี่ยวข้องกับการมี

เจตคติที่ไม่ดี

2. ประเมินเชิงเหตุผล

ผู้เรียนพิจารณาผลที่เกิดขึ้นตามมา แยกเป็นการกระทำที่เหมาะสมได้ผลตามที่น่าพอใจ การกระทำที่ไม่เหมาะสมตามที่ไม่น่าพอใจ

3. กำหนดค่านิยม

ผู้เรียนรวบรวมข้อมูลเป็นหลักการ แนวคิด แนวปฏิบัติด้วยเหตุผลของความพอใจ

4. วางแผนปฏิบัติ

กลุ่มช่วยกันกำหนดแนวปฏิบัติในสถานการณ์จริง โดนครูมีส่วนร่วมในการรับทราบกติกา  การกระทำ และสำรวจสิ่งที่ผู้เรียนต้องการจะได้รับเมื่อได้กระทำดีแล้ว เช่นการได้ประกาศชื่อให้เป็นที่ยอมรับ

5. ปฏิบัติด้วยความชื่นชม

ครูให้การเสริมแรงตามกติการะหว่างการปฏิบัติให้ผู้เรียนเกิดความชื่นชมยินดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

7.  ทักษะกระบวนการเรียน ความรู้ ความเข้าใจ

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. สังเกต ตระหนัก

ผู้เรียนพิจารณาข้อมูล สาระความรู้ เพื่อสร้างความคิดรวบยอดกระตุ้นให้ตั้งคำถาม ตั้งข้อสังเกต สังเคราะห์ข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่ต้องการรู้ และกำหนดเป็นวัตถุประสงค์ เป็นแนวทางที่จะแสวงหาคำตอบต่อไป

2. วางแผนปฏิบัติ

ผู้เรียนนำวัตถุประสงค์ หรือคำถามที่ทุกคนสนใจจะหาคำตอบมาวางแผน เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม

3. ลงมือปฏิบัติ

ผู้เรียนกำหนดให้สมาชิกในกลุ่มย่อย ได้แสวงหาคำตอบจากแหล่งความรู้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น ค้นคว้า สัมภาษณ์ ศึกษานอกสถานที่ หา

ข้อมูลจากองค์กรในชุมชน ตามแผนที่วางไว้

4. พัฒนาความรู้

ความเข้าใจ

นำความรู้ที่ได้มารายงาน และอภิปรายเชิงแปลความหมาย ตีความ ขยายความ นำไปใช้วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่า

5. สรุป

รวบรวมเป็นสาระที่ควรรู้ บันทึกลงสมุดผู้เรียน

 

8.  ทักษะกระบวนการเรียนภาษา

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. ทำความเข้าใจสัญลักษณ์

ผู้เรียนรับรู้เกี่ยวกับความหมายของคำ กลุ่มคำประโยค สำนวนต่างๆ

2. สร้างความคิดรวบยอด

ผู้เรียนเกิดการเชื่อมโยงความรู้จากประสบการณ์มาสู่ความเข้าใจและเกิดภาพรวมเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนด้วยตนเอง

3.สื่อความหมาย ความคิด

ผู้เรียนถ่ายทอดทางภาษาให้ผู้อื่นเข้าใจ

4. พัฒนาความสามารถ

ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามขั้นตอน คือความรู้ ความจำ เข้าใจ นำไปใช้วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่าได้

 

9.  ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. สังเกต

ผู้เรียนศึกษาข้อมูล รับรู้และทำความเข้าใจในปัญหาจนสามารถสรุป และตระหนักในปัญหานั้น

2. การวิเคราะห์

ผู้เรียนได้อภิปรายหรือแสดงความคิดเห็น เพื่อแยกแยะประเด็นปัญหา สภาพ สาเหตุและลำดับความสำคัญของปัญหา

3. สร้างทางเลือก

ผู้เรียนแสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างหลากหลาย ซึ่งอาจมีการทดลอง ค้นคว้า ตรวจสอบเพื่อเป็นข้อมูลประกอบกรณี ที่ให้

ผู้เรียนทำกิจกรรมกลุ่ม ควรมีการกำหนดหน้าที่ในการทำงาน

4. เก็บข้อมูลประเมินทางเลือก

ผู้เรียนได้ปฏิบัติตามแผนและบันทึกการปฏิบัติงานเพื่อรายงานและ

ตรวจสอบความถูกต้องของทางเลือก

5. สรุป

ผู้เรียนสังเคราะห์ความรู้ด้วยตนเอง อาจจัดทำเป็นรูปของการ

รายงาน

 

10.  ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. ตระหนักในปัญหาและความจำเป็น ครูยกสถานการณ์ตัวอย่างให้ผู้เรียนเข้าใจและตระหนักในปัญหาและความจำเป็นในเรื่องที่ศึกษาหรือเห็นประโยชน์ ความสำคัญของการศึกษาเรื่องนั้น โดยครูอาจนำเสนอเป็นกรณีตัวอย่าง หรือสถานการณ์ที่สะท้อนให้เห็นปัญหาความขัดแย้งของเรื่องที่ศึกษา โดยใช้สื่อประกอบ เช่น รูปภาพวีดีทัศน์  สถานการณ์จริง กรณีตัวอย่าง สไลด์ ฯลฯ
2. คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ กระตุ้นผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ ตอบคำถาม แบบฝึกหัด ข้อมูลและให้โอกาสผู้เรียนแสดงความคิดเห็นเป็นกลุ่มหรือรายบุคคล

 

 

 

10.  ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น (ต่อ)

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

3. สร้างทางเลือก ผู้เรียนแสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างหลากหลาย โดยร่วมกันคิดเสนอทางเลือกและอภิปรายข้อดี ข้อเสียของทางเลือกนั้นๆ
4. ประเมินและเลือกทา ผู้เรียนตัดสินทางเลือกแนวทางในการแก้ปัญหา โดยร่วมกันสร้างเกณฑ์ที่ต้องคำนึงถึงปัจจัย วิธีดำเนินการ ผลผลิต ข้อจำกัด ความเหมาะสม กาลเทศะเพื่อใช้ในการพิจารณา ตัดสินเลือกแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งอาจใช้วิธีระดมพลังสมอง อภิปราย ศึกษา ค้นคว้า

5. กำหนดและลำดับ

ขั้นตอนการปฏิบัติ

ผู้เรียนวางแผนการทำงานของตนเอง หรือกลุ่มอาจใช้ลำดับขั้นตอน

การดำเนินงาน ดังนี้

ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน

กำหนดวัตถุประสงค์

กำหนดขั้นตอนการทำงาน

กำหนดผู้รับผิดชอบ(กรณีทำงานกลุ่ม)

กำหนดระยะเวลาการทำงาน

กำหนดวิธีการประเมินผล

6. ปฏิบัติด้วยความชื่นชม

ผู้เรียนได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ด้วยความสมัครใจ ตั้งใจ

มีความกระตือรือร้น และเพลิดเพลินกับการทำงาน

7. ประเมินระหว่างปฏิบัติ

ผู้เรียนได้สำรวจปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานโดยการซักถาม

อภิปรายและเปลี่ยนความคิดเห็น มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน

ตามขั้นตอนและตามแผนที่กำหนดไว้ โดยสรุปผลการทำงานแต่ละช่วง แล้วเสนอแนวทางการปรับปรุง การทำงานขั้นต่อไป

8. ปรับปรุงให้ดีขึ้นเสมอ

ผู้เรียนนำผลที่ได้จากการประเมินในแต่ละขั้นตอน มาเป็นแนวทางในการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

 

 

10.  ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น (ต่อ)

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

9. ประเมินผลรวมเพื่อให้

เกิดความภูมิใจ

ผู้เรียนสรุปผลการดำเนินงาน โดยการเปรียบเทียบผลงานกับวัตถุประสงค์ ที่กำหนดไว้และผลพลอยได้อื่นๆซึ่งอาจเผยแพร่ขยาย

ผลงานแก่ผู้อื่น ได้รับรู้ด้วยความเต็มใจและภาคภูมิใจ

 

11.  ทักษะกระบวนการกลุ่ม

เป็นกระบวนการที่มุ่งให้ผู้เรียนทำงานร่วมกัน โดยเน้นกิจกรรม ดังนี้

  1. มีผู้นำกลุ่ม ซึ่งผลัดเปลี่ยนกัน
  2. วางแผน กำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการ
  3. รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกทุกคนบนพื้นฐานของเหตุผล
  4. แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ เมื่อมีการปฏิบัติ
  5. ติดตามผลการปฏิบัติและการปรับปรุง
  6. ประเมินผลรวมและชื่นชมในผลงานของกลุ่ม

 

12. ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์

กระบวนการนี้มีด้วยกัน 2  วิธี  คือ

ทักษะการคิดคำนวณ   มีขั้นตอนย่อยๆ ดังนี้ สร้างความคิดรวบยอดของคำ  นิยามศัพท์ สอนกฎโดยวิธีอุปนัย (สอยจากตัวอย่างไปสู่กฎเกณฑ์ใหม่)  ฝึกฝนวินิจฉัย ปรับปรุง แก้ไขข้อบกพร่องและเสริมแรง

ทักษะการแก้ปัญหาโจทย์การสอน   มีขั้นตอนย่อยๆ ดังนี้  แปลโจทย์ในเชิงภาษา  หาวิธีแก้ไขโจทย์ วางแผนปฏิบัติตามขั้นตอน และตรวจสอบคำตอบ

 

 

13. วิธีการทางประวัติศาสตร์

 

            วิธีการจัดการเรียนรู้โดยกระบวนการเรียนรู้ด้วยวิธีทางประวัติศาสตร์ (Historical method)  เป็นการสอนที่สำคัญที่ให้ผู้เรียนฝึกทักษะในการค้นคว้าหาข้อเท็จจริงและคิดหาเหตุผล หาคำตอบด้วยตนเอง    เป็นการพัฒนาความสามารถในการคิดแบบสร้างสรรค์ และวิเคราะห์วิจารณ์   ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนนำวิธีการศึกษาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ใช้ในการสอนสังคมศึกษาได้ทุกระดับ ขึ้นอยู่กับทักษะ ความพร้อม ที่จะพัฒนาไปอย่างช้าๆ ตามความสามารถและความสนใจ

            ในการสอนประวัติศาสตร์มีทฤษฎีที่ใช้เป็นแม่บท คือ การสอนด้วยวิธีทางประวัติศาสตร์ (Historical method)  ซึ่งนักประวัติศาสตร์ใช้ในการค้นคว้าหาคำตอบ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

  1. ขั้นกำหนดปัญหา หรือข้อสมมุติฐาน

เป็นขั้นการสังเกตของผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันเพื่อค้นพบข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องราว

เหตุการณ์หรือพฤติกรรมของบุคคลในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเนื้อหาของบทเรียน
ผู้สอนต้องวางแผน เตรียมการล่วงหน้าเพื่อให้เกิดความพร้อมในการแนะนำผู้เรียนให้เกิดข้อคิดในระหว่างเรียน นำไปสู่การกำหนดปัญหา ถ้าผู้เรียนมีประสบการณ์มาแล้ว อาจจะให้ผู้เรียนเดาคำตอบหรือกำหนดแนวทางเกี่ยวกับคำตอบของปัญหา ในรูปของการกำหนดสมมุติฐาน

2.ขั้นแสวงหาความรู้โดยการรวบรวมหลักฐาน

ขั้นนี้ผู้สอนต้องแนะนำเกี่ยวกับการค้นคว้าบอกแหล่งเรียนรู้เพื่อรวบรวมหลักฐาน 

ผู้สอนอาจเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการค้นคว้าเกิดความสะดวก เป็นการสนองความอยากรู้อยากเห็นของผู้เรียน ข้อสำคัญต้องมีการจำแนกหลักฐานเป็น 2 ประเภท คือ หลักฐานชั้นต้น เป็นหลักฐานที่เขียนหรือพูดจากประสบการณ์ตรง และหลักฐานชั้นรอง เป็นหลักฐานที่นำหลักฐานชั้นต้นมาเรียบเรียงใหม่

3.ขั้นวิเคราะห์และประเมินคุณค่าข้อมูล

ผู้สอนต้องให้คำแนะนำ และสาธิตวิธีการวิเคราะห์ ประเมินคุณค่าข้อมูลโดยอาศัย

หลักฐาน ซึ่งแบ่งการประเมินคุณค่าเป็น 2  ประเภท คือ การประเมินคุณค่าภายนอก คือ การพิจารณาจากหลักฐานอื่นด้วย และการประเมินคุณค่าภายใน คือ การวิเคราะห์จากเหตุผล ความฉลาด ความรอบรู้ค้นคว้าหาเหตุผล ถูกต้องและตรงตามความเป็นจริงที่สุด คือขั้นของการสังเคราะห์

4. ขั้นตีความและสังเคราะห์

เป็นขั้นนำหลักฐานที่ผ่านการวิเคราะห์มาประเมินคุณค่า ด้วยการตีความและ

สังเคราะห์เพื่อให้เกิดความเข้าใจข้อเท็จจริง ในรูปของแนวคิดรวบยอด หรือมโนทัศน์ (concept) ของการเรียนรู้

5.ขั้นนำเสนอข้อมูล

เป็นการนำความรู้และแนวคิดที่ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์แล้ว มาบรรยาย

อภิปรายสัมมนา การทำรายงาน และอื่นๆ ต่อผู้อื่น เพื่อให้น่าสนใจ มีคุณค่า เร้าใจให้ติดตาม อันเป็นขั้นสุดท้ายของกระบวนการเรียนรู้

 

 

 

 

 

 

 

                 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้

กระบวนการเรียนรู้ คือ แนวทางดำเนินการเรียนการสอนในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มี
ขั้นตอนเป็นลำดับ ที่ช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ ทั้งกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย รายบุคคลและนำไปสู่ความสำเร็จจามจุดประสงค์โดยใช้ทรัพยากรและเวลาน้อยที่สุด

สงบ  ลักษณะ (2539: 38 – 47) กล่าวถึงการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งได้รวบรวมกระบวนการต่างๆ ไว้   12  กระบวนการ ดังนี้

  1. ทักษะกระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
  2. ทักษะกระบวนการปฏิบัติ
  3. ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณาญาณ
  4. ทักษะกระบวนการสร้างความตระหนัก
  5. ทักษะกระบวนการสร้างเจตคติ
  6. ทักษะกระบวนการสร้างค่านิยม
  7. ทักษะกระบวนการเรียนความรู้ ความเข้าใจ
  8. ทักษะกระบวนการเรียนภาษา
  9. ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา

10. ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น

11.  ทักษะกระบวนการกลุ่ม

12. ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์

นอกจากนั้นยังมีวิธีการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอีกหลายวิธี  เช่น  วิธีการสอนทางประวัติศาสตร์   วิธีการสอนกระบวนการคิดแบบโยนิโสมนสิการ  คิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย คิดแบบคุณค่าแท้ คุณค่าเทียม  คิดแบบอริยสัจ 4   การเรียนรู้แบบโครงงาน  เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

 

กระบวนการเรียนรู้ต่างๆ มีขั้นตอนไว้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เกิด

ประสิทธิภาพแก่ผู้เรียนมากที่สุด ดังนี้

 

  1. ทักษะกระบวนการ สร้างความคิดรวบยอด

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. การสังเกต ให้ผู้เรียนได้รับรู้ ข้อมูลและศึกษาด้วยวิธีการต่างๆ โดยใช้สื่อประกอบ

เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดข้อกำหนดเฉพาะด้วยตนเอง

2. การจำแนกความแตกต่าง ให้ผู้เรียนบอกข้อแตกต่างของสิ่งที่รับรู้ และให้เหตุผลในความแตกต่างนั้น
3. การหาลักษณะร่วม ผู้เรียนมองเห็นความเหมือนความเหมือนในภาพรวมของสิ่งที่ได้รับรู้และสรุปเป็นวิธีการ หลักการ คำจำกัดความ นิยามได้
4. ระบุชื่อความคิดรวบยอด ผู้เรียนได้ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่รับรู้
5. การทดสอบและนำไปใช้ ผู้เรียนได้ทดลอง ทดสอบ สังเกต ทำแบบฝึกหัด  ปฏิบัติ เพื่อประเมินความรู้

 

  1. ทักษะกระบวนการปฏิบัติ

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. การสังเกต รับรู้ ผู้เรียนได้เห็นตัวอย่างหลากหลายจนเกิดความเข้าใจและสรุปความ

คิดรวบยอด

2. การทำตามแบบ ทำตามตัวอย่างที่แสดงให้เห็นทีละขั้นตอนจากขั้นพื้นฐานไปถึงงานที่ซับซ้อนขึ้น
3. การทำโดยไม่มีแบบ ฝึกปฏิบัติชนิดครบถ้วนกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบด้วยตนเอง
4. การฝึกให้เกิดทักษะ

 

ปฏิบัติด้วยตนเองจนเกิดความชำนาญ หรือทำได้โดยอัตโนมัติ อาจจะเป็นงานชิ้นเดิมหรืองานที่คิดขึ้นใหม่

8

 

  1. ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. การสังเกต ให้ผู้เรียนเน้นการทำกิจกรรม รับรู้แบบปรนัยให้เข้าใจ ได้ความคิดรวบยอด

เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ สรุปเป็นใจความสำคัญครบถ้วนตรงตามหลักฐานข้อมูล

2. การอธิบาย ให้ผู้เรียนตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น เชิงเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่กำหนด เน้นการใช้เหตุผล หลักการ กฎเกณฑ์ อ้างหลักฐานข้อมูลประกอบให้น่าเชื่อถือ
3. การรับฟัง ให้ผู้เรียนได้ฟังความคิดเห็น ได้ตอบคำถามวิพากษ์ วิจารณ์จากผู้อื่นที่มีความคิดเห็นของตน หรือข้อมูลที่ดีกว่าโดยไม่ใช้อารมณ์ต่อความคิดเห็น
4. การเชื่อมโยงความ

สัมพันธ์

ผู้เรียนได้เปรียบเทียบความแตกต่างและความคล้ายคลึงของสิ่งของต่างๆ ให้สรุปจัดกลุ่มสิ่งที่เป็นพวกเดียวกัน เชื่อมโยงเหตุการณ์ เชิงหาเหตุผล หากฎเกณฑ์การเชื่อมโยงลักษณะอุปมา อุปไมย
5. วิจารณ์ จัดกิจกรรมให้วิเคราะห์เหตุการณ์ คำกล่าว แนวคิด หรือการกระทำแล้วให้จำแนกจุดเด่น จุดด้อย ส่วนดี ส่วนเสีย ส่วนสำคัญ ไม่สำคัญ จากสิ่งนั้นด้วยการยกเหตุผล หลักการมาประกอบการวิจารณ์
6. สรุป จัดกิจกรรมให้พิจารณาส่วน ประกอบของการกระทำหรือข้อมูลต่างๆที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันแล้ว ให้สรุปผลอย่างตรงและถูกต้องตามหลักฐานข้อมูล

 

 

 

 

 

 

4.  ทักษะกระบวนการสร้างความตระหนัก

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. สังเกต

ให้ข้อมูลที่ต้องการ ให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ เอาใจใส่และเห็นคุณค่า

2. วิจารณ์

ให้ตัวอย่าง สถานการณ์ ประสบการณ์ตรงเพื่อให้ผู้เรียนวิเคราะห์ สาเหตุ ผลดี ผลเสีย ที่จะเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

3. สรุป

ผู้เรียนอภิปราย หาข้อมูล หรือหลักฐานมาสนับสนุนคุณค่าของสิ่งที่จะต้องตระหนัก และวางเป้าหมายที่จะพัฒนาตนเองในเรื่องนั้น

 

5.  ทักษะกระบวนการสร้างเจตคติ

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. สังเกต

ผู้เรียนพิจารณาข้อมูล เหตุการณ์ การกระทำที่เกี่ยวข้องกับการมี

เจตคติที่ไม่ดี

2. วิเคราะห์

ผู้เรียนพิจารณาผลที่เกิดขึ้นตามมา แยกเป็นการกระทำที่เหมาะสมได้ผลตามที่น่าพอใจ การกระทำที่ไม่เหมาะสมตามที่ไม่น่าพอใจ

3. สรุป

ผู้เรียนรวบรวมข้อมูลเป็นหลักการ แนวคิด แนวปฏิบัติด้วยเหตุผลของความพอใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6.  ทักษะกระบวนการสร้างค่านิยม

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. สังเกต ตระหนัก

ผู้เรียนพิจารณาข้อมูล เหตุการณ์ การกระทำที่เกี่ยวข้องกับการมี

เจตคติที่ไม่ดี

2. ประเมินเชิงเหตุผล

ผู้เรียนพิจารณาผลที่เกิดขึ้นตามมา แยกเป็นการกระทำที่เหมาะสมได้ผลตามที่น่าพอใจ การกระทำที่ไม่เหมาะสมตามที่ไม่น่าพอใจ

3. กำหนดค่านิยม

ผู้เรียนรวบรวมข้อมูลเป็นหลักการ แนวคิด แนวปฏิบัติด้วยเหตุผลของความพอใจ

4. วางแผนปฏิบัติ

กลุ่มช่วยกันกำหนดแนวปฏิบัติในสถานการณ์จริง โดนครูมีส่วนร่วมในการรับทราบกติกา  การกระทำ และสำรวจสิ่งที่ผู้เรียนต้องการจะได้รับเมื่อได้กระทำดีแล้ว เช่นการได้ประกาศชื่อให้เป็นที่ยอมรับ

5. ปฏิบัติด้วยความชื่นชม

ครูให้การเสริมแรงตามกติการะหว่างการปฏิบัติให้ผู้เรียนเกิดความชื่นชมยินดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

7.  ทักษะกระบวนการเรียน ความรู้ ความเข้าใจ

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. สังเกต ตระหนัก

ผู้เรียนพิจารณาข้อมูล สาระความรู้ เพื่อสร้างความคิดรวบยอดกระตุ้นให้ตั้งคำถาม ตั้งข้อสังเกต สังเคราะห์ข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่ต้องการรู้ และกำหนดเป็นวัตถุประสงค์ เป็นแนวทางที่จะแสวงหาคำตอบต่อไป

2. วางแผนปฏิบัติ

ผู้เรียนนำวัตถุประสงค์ หรือคำถามที่ทุกคนสนใจจะหาคำตอบมาวางแผน เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม

3. ลงมือปฏิบัติ

ผู้เรียนกำหนดให้สมาชิกในกลุ่มย่อย ได้แสวงหาคำตอบจากแหล่งความรู้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น ค้นคว้า สัมภาษณ์ ศึกษานอกสถานที่ หา

ข้อมูลจากองค์กรในชุมชน ตามแผนที่วางไว้

4. พัฒนาความรู้

ความเข้าใจ

นำความรู้ที่ได้มารายงาน และอภิปรายเชิงแปลความหมาย ตีความ ขยายความ นำไปใช้วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่า

5. สรุป

รวบรวมเป็นสาระที่ควรรู้ บันทึกลงสมุดผู้เรียน

 

8.  ทักษะกระบวนการเรียนภาษา

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. ทำความเข้าใจสัญลักษณ์

ผู้เรียนรับรู้เกี่ยวกับความหมายของคำ กลุ่มคำประโยค สำนวนต่างๆ

2. สร้างความคิดรวบยอด

ผู้เรียนเกิดการเชื่อมโยงความรู้จากประสบการณ์มาสู่ความเข้าใจและเกิดภาพรวมเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนด้วยตนเอง

3.สื่อความหมาย ความคิด

ผู้เรียนถ่ายทอดทางภาษาให้ผู้อื่นเข้าใจ

4. พัฒนาความสามารถ

ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามขั้นตอน คือความรู้ ความจำ เข้าใจ นำไปใช้วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่าได้

 

9.  ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. สังเกต

ผู้เรียนศึกษาข้อมูล รับรู้และทำความเข้าใจในปัญหาจนสามารถสรุป และตระหนักในปัญหานั้น

2. การวิเคราะห์

ผู้เรียนได้อภิปรายหรือแสดงความคิดเห็น เพื่อแยกแยะประเด็นปัญหา สภาพ สาเหตุและลำดับความสำคัญของปัญหา

3. สร้างทางเลือก

ผู้เรียนแสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างหลากหลาย ซึ่งอาจมีการทดลอง ค้นคว้า ตรวจสอบเพื่อเป็นข้อมูลประกอบกรณี ที่ให้

ผู้เรียนทำกิจกรรมกลุ่ม ควรมีการกำหนดหน้าที่ในการทำงาน

4. เก็บข้อมูลประเมินทางเลือก

ผู้เรียนได้ปฏิบัติตามแผนและบันทึกการปฏิบัติงานเพื่อรายงานและ

ตรวจสอบความถูกต้องของทางเลือก

5. สรุป

ผู้เรียนสังเคราะห์ความรู้ด้วยตนเอง อาจจัดทำเป็นรูปของการ

รายงาน

 

10.  ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

1. ตระหนักในปัญหาและความจำเป็น ครูยกสถานการณ์ตัวอย่างให้ผู้เรียนเข้าใจและตระหนักในปัญหาและความจำเป็นในเรื่องที่ศึกษาหรือเห็นประโยชน์ ความสำคัญของการศึกษาเรื่องนั้น โดยครูอาจนำเสนอเป็นกรณีตัวอย่าง หรือสถานการณ์ที่สะท้อนให้เห็นปัญหาความขัดแย้งของเรื่องที่ศึกษา โดยใช้สื่อประกอบ เช่น รูปภาพวีดีทัศน์  สถานการณ์จริง กรณีตัวอย่าง สไลด์ ฯลฯ
2. คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ กระตุ้นผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ ตอบคำถาม แบบฝึกหัด ข้อมูลและให้โอกาสผู้เรียนแสดงความคิดเห็นเป็นกลุ่มหรือรายบุคคล

 

 

 

10.  ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น (ต่อ)

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

3. สร้างทางเลือก ผู้เรียนแสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างหลากหลาย โดยร่วมกันคิดเสนอทางเลือกและอภิปรายข้อดี ข้อเสียของทางเลือกนั้นๆ
4. ประเมินและเลือกทา ผู้เรียนตัดสินทางเลือกแนวทางในการแก้ปัญหา โดยร่วมกันสร้างเกณฑ์ที่ต้องคำนึงถึงปัจจัย วิธีดำเนินการ ผลผลิต ข้อจำกัด ความเหมาะสม กาลเทศะเพื่อใช้ในการพิจารณา ตัดสินเลือกแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งอาจใช้วิธีระดมพลังสมอง อภิปราย ศึกษา ค้นคว้า

5. กำหนดและลำดับ

ขั้นตอนการปฏิบัติ

ผู้เรียนวางแผนการทำงานของตนเอง หรือกลุ่มอาจใช้ลำดับขั้นตอน

การดำเนินงาน ดังนี้

ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน

กำหนดวัตถุประสงค์

กำหนดขั้นตอนการทำงาน

กำหนดผู้รับผิดชอบ(กรณีทำงานกลุ่ม)

กำหนดระยะเวลาการทำงาน

กำหนดวิธีการประเมินผล

6. ปฏิบัติด้วยความชื่นชม

ผู้เรียนได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ด้วยความสมัครใจ ตั้งใจ

มีความกระตือรือร้น และเพลิดเพลินกับการทำงาน

7. ประเมินระหว่างปฏิบัติ

ผู้เรียนได้สำรวจปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานโดยการซักถาม

อภิปรายและเปลี่ยนความคิดเห็น มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน

ตามขั้นตอนและตามแผนที่กำหนดไว้ โดยสรุปผลการทำงานแต่ละช่วง แล้วเสนอแนวทางการปรับปรุง การทำงานขั้นต่อไป

8. ปรับปรุงให้ดีขึ้นเสมอ

ผู้เรียนนำผลที่ได้จากการประเมินในแต่ละขั้นตอน มาเป็นแนวทางในการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

 

 

10.  ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น (ต่อ)

 

ขั้นตอน

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้

9. ประเมินผลรวมเพื่อให้

เกิดความภูมิใจ

ผู้เรียนสรุปผลการดำเนินงาน โดยการเปรียบเทียบผลงานกับวัตถุประสงค์ ที่กำหนดไว้และผลพลอยได้อื่นๆซึ่งอาจเผยแพร่ขยาย

ผลงานแก่ผู้อื่น ได้รับรู้ด้วยความเต็มใจและภาคภูมิใจ

 

11.  ทักษะกระบวนการกลุ่ม

เป็นกระบวนการที่มุ่งให้ผู้เรียนทำงานร่วมกัน โดยเน้นกิจกรรม ดังนี้

  1. มีผู้นำกลุ่ม ซึ่งผลัดเปลี่ยนกัน
  2. วางแผน กำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการ
  3. รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกทุกคนบนพื้นฐานของเหตุผล
  4. แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ เมื่อมีการปฏิบัติ
  5. ติดตามผลการปฏิบัติและการปรับปรุง
  6. ประเมินผลรวมและชื่นชมในผลงานของกลุ่ม

 

12. ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์

กระบวนการนี้มีด้วยกัน 2  วิธี  คือ

ทักษะการคิดคำนวณ   มีขั้นตอนย่อยๆ ดังนี้ สร้างความคิดรวบยอดของคำ  นิยามศัพท์ สอนกฎโดยวิธีอุปนัย (สอยจากตัวอย่างไปสู่กฎเกณฑ์ใหม่)  ฝึกฝนวินิจฉัย ปรับปรุง แก้ไขข้อบกพร่องและเสริมแรง

ทักษะการแก้ปัญหาโจทย์การสอน   มีขั้นตอนย่อยๆ ดังนี้  แปลโจทย์ในเชิงภาษา  หาวิธีแก้ไขโจทย์ วางแผนปฏิบัติตามขั้นตอน และตรวจสอบคำตอบ

 

 

13. วิธีการทางประวัติศาสตร์

 

            วิธีการจัดการเรียนรู้โดยกระบวนการเรียนรู้ด้วยวิธีทางประวัติศาสตร์ (Historical method)  เป็นการสอนที่สำคัญที่ให้ผู้เรียนฝึกทักษะในการค้นคว้าหาข้อเท็จจริงและคิดหาเหตุผล หาคำตอบด้วยตนเอง    เป็นการพัฒนาความสามารถในการคิดแบบสร้างสรรค์ และวิเคราะห์วิจารณ์   ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนนำวิธีการศึกษาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ใช้ในการสอนสังคมศึกษาได้ทุกระดับ ขึ้นอยู่กับทักษะ ความพร้อม ที่จะพัฒนาไปอย่างช้าๆ ตามความสามารถและความสนใจ

            ในการสอนประวัติศาสตร์มีทฤษฎีที่ใช้เป็นแม่บท คือ การสอนด้วยวิธีทางประวัติศาสตร์ (Historical method)  ซึ่งนักประวัติศาสตร์ใช้ในการค้นคว้าหาคำตอบ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

  1. ขั้นกำหนดปัญหา หรือข้อสมมุติฐาน

เป็นขั้นการสังเกตของผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันเพื่อค้นพบข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องราว

เหตุการณ์หรือพฤติกรรมของบุคคลในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเนื้อหาของบทเรียน
ผู้สอนต้องวางแผน เตรียมการล่วงหน้าเพื่อให้เกิดความพร้อมในการแนะนำผู้เรียนให้เกิดข้อคิดในระหว่างเรียน นำไปสู่การกำหนดปัญหา ถ้าผู้เรียนมีประสบการณ์มาแล้ว อาจจะให้ผู้เรียนเดาคำตอบหรือกำหนดแนวทางเกี่ยวกับคำตอบของปัญหา ในรูปของการกำหนดสมมุติฐาน

  1. ขั้นแสวงหาความรู้โดยการรวบรวมหลักฐาน

ขั้นนี้ผู้สอนต้องแนะนำเกี่ยวกับการค้นคว้าบอกแหล่งเรียนรู้เพื่อรวบรวมหลักฐาน 

ผู้สอนอาจเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการค้นคว้าเกิดความสะดวก เป็นการสนองความอยากรู้อยากเห็นของผู้เรียน ข้อสำคัญต้องมีการจำแนกหลักฐานเป็น 2 ประเภท คือ หลักฐานชั้นต้น เป็นหลักฐานที่เขียนหรือพูดจากประสบการณ์ตรง และหลักฐานชั้นรอง เป็นหลักฐานที่นำหลักฐานชั้นต้นมาเรียบเรียงใหม่

  1. ขั้นวิเคราะห์และประเมินคุณค่าข้อมูล

ผู้สอนต้องให้คำแนะนำ และสาธิตวิธีการวิเคราะห์ ประเมินคุณค่าข้อมูลโดยอาศัย

หลักฐาน ซึ่งแบ่งการประเมินคุณค่าเป็น 2  ประเภท คือ การประเมินคุณค่าภายนอก คือ การพิจารณาจากหลักฐานอื่นด้วย และการประเมินคุณค่าภายใน คือ การวิเคราะห์จากเหตุผล ความฉลาด ความรอบรู้ค้นคว้าหาเหตุผล ถูกต้องและตรงตามความเป็นจริงที่สุด คือขั้นของการสังเคราะห์

  1. ขั้นตีความและสังเคราะห์

เป็นขั้นนำหลักฐานที่ผ่านการวิเคราะห์มาประเมินคุณค่า ด้วยการตีความและ

สังเคราะห์เพื่อให้เกิดความเข้าใจข้อเท็จจริง ในรูปของแนวคิดรวบยอด หรือมโนทัศน์ (concept) ของการเรียนรู้

  1. ขั้นนำเสนอข้อมูล

เป็นการนำความรู้และแนวคิดที่ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์แล้ว มาบรรยาย

อภิปรายสัมมนา การทำรายงาน และอื่นๆ ต่อผู้อื่น เพื่อให้น่าสนใจ มีคุณค่า เร้าใจให้ติดตาม อันเป็นขั้นสุดท้ายของกระบวนการเรียนรู้

 

 

 

 

 

 

 

About these ads
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 15, 2011 in Uncategorized

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: